เงินเดือน 15,000 ออกรถคันแรกไหวไหม ความจริงที่เซลล์ไม่เคยบอก

เงินเดือน 1.5 หมื่น กับความฝันคันแรก... "ผ่าน" หรือ "ฝืน"?

​สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว ToolThaiD กลับมาพบกันใน EP.2 ครับ! วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องที่ "ร้อนแรง" ที่สุดในกลุ่มเฟิร์สจ็อบเบอร์ (First Jobber) นั่นคือคำถามอมตะ "พี่ครับ/ค่ะ เงินเดือน 15,000 ออกรถคันแรกไหวไหม?"

​คำตอบสั้นๆ แบบกำปั้นทุบดินคือ "ไฟแนนซ์อาจจะให้ผ่าน แต่ชีวิตคุณอาจจะไม่รอด" ครับ ฟังดูใจร้ายนะครับ แต่ผมอยากให้เรามาดูความจริงกันก่อน ปกติแล้วไฟแนนซ์มักจะกำหนดเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อว่า "ค่างวดต้องไม่เกิน 50% ของรายได้" นั่นแปลว่าถ้าคุณผ่อนเดือนละ 7,000 - 8,000 บาท ธนาคารก็อาจจะเซ็นอนุมัติให้คุณขับรถออกมาเท่ๆ ได้ไม่ยาก

​แต่ช้าก่อนครับ! การเซ็นสัญญามันง่ายแค่ปลายปากกา แต่ภาระผูกพัน 5-7 ปีหลังจากนั้น คือของจริงที่คุณต้องแบกรับ หลายคนลืมคิดไปว่า "รถ" = "ลด" ทันทีที่สตาร์ทเครื่อง มันไม่ได้กินแค่น้ำมัน แต่กินเงินเดือนคุณไปกับค่าบำรุงรักษา ประกันภัย ภาษี พรบ. และค่าที่จอดรถ สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การกู้ไม่ผ่านครับ แต่คือการกู้ผ่านแล้วผ่อนไปได้ 1 ปี แล้วต้องมานั่งกุมขมับโพสต์ขายดาวน์ขาดทุน เพราะหมุนเงินไม่ทันต่างหาก วันนี้เราจะมากางตัวเลขดูให้เห็นกันจะๆ ว่ารายได้เท่านี้ ควรขับรถอะไร หรือควร "รอ" ให้พร้อมกว่านี้อีกนิด?

กับดักที่มองไม่เห็น... รถมือหนึ่ง vs มือสอง

​พอเงินเดือนเริ่มแตะ 15,000 หลายคนมักจะมีทางแยกในใจเสมอครับ: "จะกัดฟันถอยป้ายแดง หรือจะเล่นมือสองสภาพนางฟ้าดี?" ทั้งสองทางเลือกนี้มี "หลุมพราง" ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง และถ้าคุณคำนวณไม่ขาด... มีเจ็บตัวแน่นอนครับ

​เริ่มที่ "ทีมป้ายแดง" ก่อนครับ ข้อดีคือรถใหม่ หอม ใหม่ กิ๊ก แต่กับดักคือ "เงินดาวน์" ครับ ถ้าคุณดาวน์น้อย ผ่อนนาน (เช่น 84 งวด) คุณจะเจอกับดอกเบี้ยมหาโหดที่รวมๆ แล้วซื้อรถได้อีกครึ่งคัน แถมปีที่ 2 เป็นต้นไป คุณต้องเตรียมเงินก้อนใหญ่ไว้จ่ายค่าประกันชั้น 1 และภาษี พรบ. อีกปีละเกือบ 2 หมื่นบาท เฉลี่ยแล้วต้องเก็บเงินเพิ่มเดือนละเกือบ 2,000 บาทเพื่อรอจ่ายก้อนนี้ ไหวไหมครับ?

​ส่วน "ทีมมือสอง" ที่คิดว่าจะประหยัดกว่า... ระวังให้ดีครับ! นี่คือจุดที่คนตกม้าตายเยอะที่สุด เพราะค่างวดรถมือสองต้องบวก VAT 7% เข้าไปในทุกงวดด้วย! สมมติไฟแนนซ์บอกผ่อนเดือนละ 6,000 บาท จ่ายจริงคือ 6,420 บาทนะครับ ส่วนต่าง 420 บาทนี้ดูเหมือนน้อย แต่คูณ 60 งวดเข้าไปก็หลายหมื่นอยู่นะครับ ยังไม่นับรวมค่าซ่อมบำรุงที่ "คาดเดาไม่ได้" ของรถเก่า... เดือนไหนแอร์พัง เกียร์กระตุก เงินเดือน 15,000 ที่ตึงมืออยู่แล้ว อาจจะขาดผึงได้ทันที

กางตัวเลขให้เห็นกันจะๆ... ทางรอดของคนเงินเดือน 1.5 หมื่น

​เอาล่ะครับ ถ้าใจยังสู้ อยากมีรถให้ได้จริงๆ เรามาลองกางตำรา "เอาตัวรอด" กันครับ ว่าถ้ามีงบเท่านี้ จะไปทางไหนได้บ้าง โดยไม่ให้ชีวิตพัง

ทางเลือกที่ 1 อีโค่คาร์ป้ายแดง (Eco Car) รุ่นเริ่มต้น

  • ราคา: ประมาณ 500,000 - 550,000 บาท
  • ดาวน์: แนะนำขั้นต่ำ 25% (ประมาณ 1.3 แสนบาท) เพื่อไม่ต้องหาคนค้ำ และได้ดอกเบี้ยโปรโมชั่น
  • ผ่อน: ประมาณ 6,000 - 7,000 บาท/เดือน (60-72 งวด)
  • ความจริง: ทางนี้ "ปลอดภัยที่สุด" ในระยะยาวครับ เพราะได้รถใหม่ มีประกันศูนย์ ไม่ต้องกังวลค่าซ่อมจุกจิกในช่วง 3-5 ปีแรก เหมาะกับคนที่เก็บเงินก้อนดาวน์มาได้พอสมควร

ทางเลือกที่ 2 รถมือสอง ปีไม่ลึก (City Car อายุ 5-7 ปี)

  • ราคา: ประมาณ 300,000 - 350,000 บาท
  • ดาวน์: ส่วนใหญ่ออกรถใช้เงินน้อย (หรือฟรีดาวน์) ซึ่งดูเหมือนดีแต่...
  • ผ่อน: ประมาณ 5,000 - 6,000 บาท/เดือน (แต่มักโดนดอกเบี้ยแพงกว่ารถใหม่ + VAT 7%)
  • ความจริง: ดูเหมือนผ่อนถูกกว่าหลักพัน แต่คุณต้องเตรียมเงินสำรองค่าซ่อม ("Maintenance Fund") ไว้เดือนละ 1,000 - 2,000 บาทเสมอครับ เพราะรถเริ่มหมดประกันศูนย์แล้ว อะไหล่เริ่มเสื่อมตามกาลเวลา ถ้ารับความเสี่ยงตรงนี้ได้ ก็เป็นทางเลือกที่ประหยัดดีครับ

สูตรลับ ไม่ว่าจะเลือกทางไหน กฎเหล็กคือ "ค่างวดรวมค่าน้ำมัน ต้องไม่เกิน 40% ของรายได้" ครับ ถ้าเกินกว่านี้... เตรียมตัวกินมาม่าสิ้นเดือนได้เลย!

อย่าเพิ่งจอง... ถ้ายังไม่ได้เห็น "ไฟเขียว" จากแอปนี้

​เซลล์ขายรถอาจจะบอกคุณว่า "ดอกเบี้ยถูกมากพี่ แค่ 2% กว่าๆ เอง" แต่เขาอาจจะลืมบอกคุณว่านั่นคือดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) ที่โหดกว่านั้น! และที่สำคัญ... เขาอาจจะไม่ได้บวก VAT 7% ให้คุณดูในกรณีรถมือสอง

​เลิกนั่งเดา แล้วมาเอาความจริงกันดีกว่าครับ ผมอยากให้คุณลองใช้ โปรแกรมคำนวณผ่อนรถ (ฉบับความจริง) ของ ToolThaiD ที่เราเขียนโค้ดขึ้นมาเพื่อ "ปกป้อง" คนซื้อโดยเฉพาะ

  • โหมดรถมือสอง (+VAT 7%): แค่กดปุ่มเลือก "รถมือสอง" ระบบจะคำนวณ VAT เข้าไปในค่างวดให้ทันที คุณจะเห็นยอดที่ต้องจ่ายจริง ไม่ใช่ยอดในฝัน
  • ระบบสแกนดอกเบี้ย (EIR): เราฝังสูตรคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Interest Rate) ไว้หลังบ้าน เพื่อบอกคุณว่าดอกเบี้ย 2.59% ที่เซลล์บอก จริงๆ แล้วมันคือต้นทุนการเงินกี่ % กันแน่
  • ตัดเกรดความคุ้มค่า: คำนวณเสร็จปุ๊บ ระบบจะโชว์ "แถบสถานะ" ให้ทันที ถ้าขึ้นสีเขียว (Excellent) แปลว่าลุยได้ แต่ถ้าขึ้น สีแดง (Warning)... ผมแนะนำให้ถอยมาตั้งหลักก่อนครับ

​อย่าให้ความอยากได้รถมาบังตาจนลืมดูความสามารถในการผ่อนครับ ลองกดคำนวณดูเล่นๆ ก่อนก็ได้ครับว่า "ถ้าดาวน์เท่านี้ ผ่อนกี่ปี ถึงจะได้ไฟเขียว?" การได้เห็นตัวเลขสีเขียวๆ บนหน้าจอ มันช่วยให้เรามั่นใจกว่าการเซ็นสัญญาไปแบบงงๆ เยอะเลยครับ

บทสรุป รถคันแรก... ต้องเป็นรางวัล ไม่ใช่ภาระ

​สุดท้ายนี้ ผมอยากบอกว่าการมีรถสักคันในวัยเริ่มต้นทำงานไม่ใช่เรื่องผิดครับ มันคือรางวัลแห่งความสำเร็จที่เราภาคภูมิใจ แต่รางวัลนั้นจะเป็นของขวัญหรือยาพิษ ขึ้นอยู่กับว่าเรา "พร้อม" แค่ไหนในวันที่ตัดสินใจเซ็นสัญญา

​ถ้าคุณคำนวณดูแล้วพบว่ารายได้ 15,000 บาทยัง "ตึง" เกินไป อย่าเพิ่งท้อครับ! การ "รอ" เพื่อเก็บเงินดาวน์เพิ่มอีกสักนิด หรือหารายได้เสริมอีกสักหน่อย คือกลยุทธ์ของคนฉลาดครับ ระหว่างนี้คุณอาจจะลองเช็กดวงการเงินรายวันกับ ตารางสีมงคล  เพื่อเสริมความมั่นใจในการเก็บเงิน หรือถ้าใครเริ่มมองหาอาชีพเสริมลองใช้ โปรแกรมทำใบเสนอราคา  ของเราเพื่อเริ่มรับงานฟรีแลนซ์ดูสิครับ ไม่แน่ว่ารายได้จากอาชีพเสริมอาจจะช่วยผ่อนรถคันนั้นให้คุณได้สบายๆ เลยก็ได้

​รถคันแรก... ช้าหน่อยแต่ชัวร์ ดีกว่ารีบแล้วต้องมานั่งกลัวไฟแนนซ์ทุกสิ้นเดือนครับ ลองใช้เครื่องมือของเราวางแผนให้รอบคอบ แล้ววันที่คุณขับรถออกจากโชว์รูม จะเป็นวันที่คุณยิ้มได้กว้างที่สุดครับ! พบกันใหม่ EP. หน้าครับ

ความคิดเห็น

กำลังโหลดบทสนทนา...