โปรแกรมคำนวณปิดหนี้บัตรเครดิต จ่ายขั้นต่ำกี่ปีหมด วางแผนปลดหนี้ไว
เปรียบเทียบระยะเวลาผ่อนชำระและดอกเบี้ยสะสมระหว่างการจ่ายขั้นต่ำ vs จ่ายโปะ
เครื่องมือวางแผนการเงินเพื่อช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรหนี้สินและประหยัดดอกเบี้ย
คำนวณปิดหนี้บัตร
คำแนะนำการใช้งานเครื่องมือวางแผนปิดหนี้
โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อจำลองแผนการชำระหนี้ (Loan Amortization Simulator) โดยใช้หลักการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เพื่อให้ท่านเห็นภาพรวมภาระดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระ
ความหมายของสถานะแผนการผ่อน
ข้อควรรู้เรื่องดอกเบี้ยบัตร
- • การจ่ายขั้นต่ำ (5-8%) จะทำให้เงินต้นลดลงช้ามาก เนื่องจากเงินส่วนใหญ่ถูกนำไปตัดดอกเบี้ยก่อน
- • ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด (25%) สูงกว่าบัตรเครดิตทั่วไป ควรให้ความสำคัญในการปิดหนี้ส่วนนี้ก่อนเป็นลำดับแรก
ความจริงที่ธนาคารไม่เคยบอก: ทำไม "จ่ายขั้นต่ำ" ถึงผ่อนไม่หมดสักที?
หลายคนเข้าใจผิดว่าการจ่ายขั้นต่ำ (Minimum Payment 5-8%) คือการรักษาเครดิตที่ดี แต่ในทางคณิตศาสตร์การเงิน มันคือ "กับดักสภาพคล่อง" ที่น่ากลัวที่สุด เพราะยอดเงินที่คุณจ่ายไปนั้น แทบไม่ได้ไปตัด "เงินต้น" เลย แต่มันถูกนำไปจ่าย "ดอกเบี้ย" ก่อนเป็นลำดับแรก
สมการนรก: ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดอย่างไร?
ดอกเบี้ยบัตรไม่ได้คิดรายเดือน แต่คิดเป็น "รายวัน" ตามสูตร:
(เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวัน) ÷ 365 = ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย
ยิ่งคุณดึงเวลาจ่ายช้าไปกี่วัน ดอกเบี้ยก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุดราชการ นั่นคือสาเหตุที่หนี้ลดลงช้ามากเมื่อจ่ายแค่ขั้นต่ำ
2 ยุทธวิธีปิดหนี้ระดับโลก: Snowball vs Avalanche
หากคุณมีหนี้หลายใบ การจ่ายขั้นต่ำทุกใบพร้อมกันไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด กูรูการเงินทั่วโลกแนะนำ 2 วิธีนี้:
1. Snowball (ก้อนหิมะ) ⛄
- หลักการ: จ่ายขั้นต่ำทุกใบ แต่เทเงินก้อนไปปิด "ใบที่ยอดหนี้น้อยที่สุด" ก่อน
- ข้อดี: เห็นผลไว (ใบแรกหมดเร็ว) เกิดกำลังใจมหาศาล (Psychological Win)
- เหมาะกับ: คนที่ท้อแท้ง่าย ต้องการเห็นชัยชนะเล็กๆ เพื่อไปต่อ
2. Avalanche (ภูเขาถล่ม) 🏔️
- หลักการ: จ่ายขั้นต่ำทุกใบ แต่เทเงินก้อนไปปิด "ใบที่ดอกเบี้ยแพงที่สุด" ก่อน (เช่น บัตรกดเงินสด 25%)
- ข้อดี: ประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยได้มากที่สุดในระยะยาว (Mathematical Win)
- เหมาะกับ: คนที่มีวินัยสูง เน้นความคุ้มค่าของตัวเลข
เมื่อจ่ายไม่ไหว... ทางออกคืออะไร?
หากคำนวณแล้วพบว่าต้องผ่อนเกิน 3-5 ปี หรือยอดผ่อนเกินรายรับ อย่าฝืนจ่ายขั้นต่ำต่อไป ให้พิจารณาทางเลือกเหล่านี้:
- 1. รวมหนี้ (Refinance / Consolidation Loan): กู้สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยต่ำ (เช่น 10-15%) มาปิดบัตรเครดิตดอกเบี้ยสูง (16-25%) วิธีนี้จะช่วยลดดอกเบี้ยและยืดเวลาผ่อนได้
- 2. คลินิกแก้หนี้ (SAM): โครงการของธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับผู้ที่มีหนี้เสีย (NPL) ช่วยรวมหนี้และคิดดอกเบี้ยต่ำเพียง 3-5% ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี
- 3. Haircut (ประนอมหนี้): หยุดจ่ายเพื่อรอเจรจาขอลดหนี้เงินต้น (วิธีนี้จะทำให้เสียประวัติเครดิตบูโร ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ)
"วินัยสำคัญกว่าตัวเลข... เครื่องมือคำนวณช่วยให้คุณเห็นทางออก
แต่ 'การหยุดสร้างหนี้เพิ่ม' คือกุญแจเดียวที่จะพาคุณไปถึงเส้นชัย"
คำถามยอดฮิตของคนอยากหมดหนี้
จ่ายขั้นต่ำ 5% หรือ 8% ไปเรื่อยๆ หนี้จะหมดจริงไหม?
หมดจริงครับ แต่จะใช้เวลานานมาก (อาจถึง 10-20 ปี) เพราะเงินที่คุณจ่ายไปกว่า 80% จะถูกนำไปตัด "ดอกเบี้ย" ก่อน เหลือตัดเงินต้นเพียงนิดเดียว การจ่ายขั้นต่ำจึงเหมาะสำหรับการรักษาเครดิตชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่วิธีปิดหนี้ที่ถูกต้อง
วิธี Snowball กับ Avalanche แบบไหนดีกว่ากัน?
ขึ้นอยู่กับจิตใจของคุณครับ!
• Snowball (ปิดยอดน้อยก่อน): เหมาะกับคนที่ต้องการกำลังใจ เห็นหนี้หมดไปทีละใบ จะรู้สึกดีและอยากทำต่อ
• Avalanche (ปิดดอกแพงก่อน): เหมาะกับคนเน้นความคุ้มค่า ต้องการประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยให้มากที่สุดในทางคณิตศาสตร์
ควรรวมหนี้ (Refinance) หรือไม่?
ควรทำครับ หากคุณสามารถกู้สินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าบัตรเครดิต (เช่น ต่ำกว่า 16%) มาปิดบัตรได้ จะช่วยให้ดอกเบี้ยลดลงและกำหนดระยะเวลาผ่อนจบที่แน่นอนได้ แต่ต้องมีวินัย "ห้ามรูดบัตรเพิ่ม" เด็ดขาด
หยุดจ่ายเพื่อรอ Haircut (ประนอมหนี้) ดีไหม?
เป็นดาบสองคมครับ ข้อดีคืออาจได้ลดหนี้เงินต้น 30-50% แต่ข้อเสียคือ ประวัติเครดิตบูโรจะเสียทันที (ติด Blacklist) ทำให้ทำธุรกรรมการเงินไม่ได้นานถึง 3 ปี วิธีนี้ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ
ความคิดเห็น