คำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต (จ่ายขั้นต่ำกี่ปีหมด?)

โปรแกรมคำนวณปิดหนี้บัตรเครดิต จ่ายขั้นต่ำกี่ปีหมด วางแผนปลดหนี้ไว

เปรียบเทียบระยะเวลาผ่อนชำระและดอกเบี้ยสะสมระหว่างการจ่ายขั้นต่ำ vs จ่ายโปะ

เครื่องมือวางแผนการเงินเพื่อช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรหนี้สินและประหยัดดอกเบี้ย

คำนวณปิดหนี้บัตร

*ต้องจ่ายมากกว่าดอกเบี้ยรายเดือน หนี้จึงจะลดลง
ระยะเวลาผ่อนจนหมด
0 เดือน
เงินต้นทั้งหมด 0
ดอกเบี้ยที่เสียฟรีๆ 0
รวมจ่ายจริงทั้งหมด 0

คำแนะนำการใช้งานเครื่องมือวางแผนปิดหนี้

โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อจำลองแผนการชำระหนี้ (Loan Amortization Simulator) โดยใช้หลักการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เพื่อให้ท่านเห็นภาพรวมภาระดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระ

ความหมายของสถานะแผนการผ่อน

สถานะยอดเยี่ยม หมายถึง (สีเขียว) แผนการผ่อนที่สามารถปิดหนี้ได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยสัดส่วนดอกเบี้ยต่อเงินต้นอยู่ในเกณฑ์ที่คุ้มค่า
สถานะน่าเป็นห่วง หมายถึง (สีแดง) แผนการผ่อนที่ใช้เวลานานเกินไป ซึ่งจะทำให้เสียดอกเบี้ยสะสมจำนวนมาก แนะนำให้หาทางเพิ่มยอดผ่อนชำระต่อเดือนหรือศึกษาข้อมูลทางเลือกการรีไฟแนนซ์เพิ่มเติม

ข้อควรรู้เรื่องดอกเบี้ยบัตร

  • • การจ่ายขั้นต่ำ (5-8%) จะทำให้เงินต้นลดลงช้ามาก เนื่องจากเงินส่วนใหญ่ถูกนำไปตัดดอกเบี้ยก่อน
  • • ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด (25%) สูงกว่าบัตรเครดิตทั่วไป ควรให้ความสำคัญในการปิดหนี้ส่วนนี้ก่อนเป็นลำดับแรก
ข้อควรระวัง ผลลัพธ์นี้เป็นเพียงการคำนวณเบื้องต้น ตัวเลขจริงอาจคลาดเคลื่อนตามวันตัดรอบบิลและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของสถาบันการเงิน โปรแกรมนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการลงทุน

ความจริงที่ธนาคารไม่เคยบอก: ทำไม "จ่ายขั้นต่ำ" ถึงผ่อนไม่หมดสักที?

หลายคนเข้าใจผิดว่าการจ่ายขั้นต่ำ (Minimum Payment 5-8%) คือการรักษาเครดิตที่ดี แต่ในทางคณิตศาสตร์การเงิน มันคือ "กับดักสภาพคล่อง" ที่น่ากลัวที่สุด เพราะยอดเงินที่คุณจ่ายไปนั้น แทบไม่ได้ไปตัด "เงินต้น" เลย แต่มันถูกนำไปจ่าย "ดอกเบี้ย" ก่อนเป็นลำดับแรก

สมการนรก: ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดอย่างไร?

ดอกเบี้ยบัตรไม่ได้คิดรายเดือน แต่คิดเป็น "รายวัน" ตามสูตร:

(เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวัน) ÷ 365 = ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย

ยิ่งคุณดึงเวลาจ่ายช้าไปกี่วัน ดอกเบี้ยก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุดราชการ นั่นคือสาเหตุที่หนี้ลดลงช้ามากเมื่อจ่ายแค่ขั้นต่ำ

2 ยุทธวิธีปิดหนี้ระดับโลก: Snowball vs Avalanche

หากคุณมีหนี้หลายใบ การจ่ายขั้นต่ำทุกใบพร้อมกันไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด กูรูการเงินทั่วโลกแนะนำ 2 วิธีนี้:

1. Snowball (ก้อนหิมะ) ⛄

  • หลักการ: จ่ายขั้นต่ำทุกใบ แต่เทเงินก้อนไปปิด "ใบที่ยอดหนี้น้อยที่สุด" ก่อน
  • ข้อดี: เห็นผลไว (ใบแรกหมดเร็ว) เกิดกำลังใจมหาศาล (Psychological Win)
  • เหมาะกับ: คนที่ท้อแท้ง่าย ต้องการเห็นชัยชนะเล็กๆ เพื่อไปต่อ

2. Avalanche (ภูเขาถล่ม) 🏔️

  • หลักการ: จ่ายขั้นต่ำทุกใบ แต่เทเงินก้อนไปปิด "ใบที่ดอกเบี้ยแพงที่สุด" ก่อน (เช่น บัตรกดเงินสด 25%)
  • ข้อดี: ประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยได้มากที่สุดในระยะยาว (Mathematical Win)
  • เหมาะกับ: คนที่มีวินัยสูง เน้นความคุ้มค่าของตัวเลข

เมื่อจ่ายไม่ไหว... ทางออกคืออะไร?

หากคำนวณแล้วพบว่าต้องผ่อนเกิน 3-5 ปี หรือยอดผ่อนเกินรายรับ อย่าฝืนจ่ายขั้นต่ำต่อไป ให้พิจารณาทางเลือกเหล่านี้:

  • 1. รวมหนี้ (Refinance / Consolidation Loan): กู้สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยต่ำ (เช่น 10-15%) มาปิดบัตรเครดิตดอกเบี้ยสูง (16-25%) วิธีนี้จะช่วยลดดอกเบี้ยและยืดเวลาผ่อนได้
  • 2. คลินิกแก้หนี้ (SAM): โครงการของธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับผู้ที่มีหนี้เสีย (NPL) ช่วยรวมหนี้และคิดดอกเบี้ยต่ำเพียง 3-5% ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี
  • 3. Haircut (ประนอมหนี้): หยุดจ่ายเพื่อรอเจรจาขอลดหนี้เงินต้น (วิธีนี้จะทำให้เสียประวัติเครดิตบูโร ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ)

"วินัยสำคัญกว่าตัวเลข... เครื่องมือคำนวณช่วยให้คุณเห็นทางออก
แต่ 'การหยุดสร้างหนี้เพิ่ม' คือกุญแจเดียวที่จะพาคุณไปถึงเส้นชัย"

- ToolThaiD -

คำถามยอดฮิตของคนอยากหมดหนี้

จ่ายขั้นต่ำ 5% หรือ 8% ไปเรื่อยๆ หนี้จะหมดจริงไหม?

หมดจริงครับ แต่จะใช้เวลานานมาก (อาจถึง 10-20 ปี) เพราะเงินที่คุณจ่ายไปกว่า 80% จะถูกนำไปตัด "ดอกเบี้ย" ก่อน เหลือตัดเงินต้นเพียงนิดเดียว การจ่ายขั้นต่ำจึงเหมาะสำหรับการรักษาเครดิตชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่วิธีปิดหนี้ที่ถูกต้อง

วิธี Snowball กับ Avalanche แบบไหนดีกว่ากัน?

ขึ้นอยู่กับจิตใจของคุณครับ!
Snowball (ปิดยอดน้อยก่อน): เหมาะกับคนที่ต้องการกำลังใจ เห็นหนี้หมดไปทีละใบ จะรู้สึกดีและอยากทำต่อ
Avalanche (ปิดดอกแพงก่อน): เหมาะกับคนเน้นความคุ้มค่า ต้องการประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยให้มากที่สุดในทางคณิตศาสตร์

ควรรวมหนี้ (Refinance) หรือไม่?

ควรทำครับ หากคุณสามารถกู้สินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าบัตรเครดิต (เช่น ต่ำกว่า 16%) มาปิดบัตรได้ จะช่วยให้ดอกเบี้ยลดลงและกำหนดระยะเวลาผ่อนจบที่แน่นอนได้ แต่ต้องมีวินัย "ห้ามรูดบัตรเพิ่ม" เด็ดขาด

หยุดจ่ายเพื่อรอ Haircut (ประนอมหนี้) ดีไหม?

เป็นดาบสองคมครับ ข้อดีคืออาจได้ลดหนี้เงินต้น 30-50% แต่ข้อเสียคือ ประวัติเครดิตบูโรจะเสียทันที (ติด Blacklist) ทำให้ทำธุรกรรมการเงินไม่ได้นานถึง 3 ปี วิธีนี้ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ

ความคิดเห็น

กำลังโหลดบทสนทนา...