เครื่องคำนวณจุดคุ้มทุน (Break-Even Point) ขายกี่ชิ้นถึงจะคืนทุน?

เครื่องคำนวณจุดคุ้มทุน (Break-Even Point) ขายกี่ชิ้นถึงคืนทุน?

วิเคราะห์จุดคุ้มทุนสำหรับธุรกิจร้านค้าและออนไลน์ ช่วยวางแผนยอดขายและงบโฆษณา

(ค่าเช่า, ค่าจ้าง, ค่าโฆษณา, ค่าเน็ต ฯลฯ)
(ค่าของ, ค่าแพ็ค, ค่าส่ง, ค่า GP ฯลฯ)
ต้องขายให้ได้อย่างน้อย
0 ชิ้น
เพื่อคืนทุน (ไม่ขาดทุน/ไม่กำไร)
ยอดขายรวมที่ต้องทำได้
0 บาท
กำไรต่อชิ้น (Margin)
0 บาท

วิธีกรอกข้อมูลเพื่อหาจุดคุ้มทุน

จุดคุ้มทุน (Break-Even Point) คือจุดที่รายได้เท่ากับรายจ่ายพอดี (กำไร = 0) ถ้าขายเกินกว่าจุดนี้คือกำไรล้วนๆ โดยมีข้อมูลที่ต้องเตรียมดังนี้:

  • 1. ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost):
    คือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือนไม่ว่าจะขายของได้หรือไม่ เช่น ค่าเช่าที่, เงินเดือนพนักงาน, ค่าโฆษณา (งบประมาณที่ตั้งไว้), ค่าอินเทอร์เน็ต
  • 2. ราคาขาย (Price):
    ราคาที่คุณตั้งขายต่อชิ้น
  • 3. ต้นทุนผันแปร (Variable Cost):
    คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนของที่ขาย เช่น ค่าต้นทุนสินค้า, ค่ากล่อง/แพ็คเกจจิ้ง, ค่าส่ง (ถ้าเราจ่าย), ค่าธรรมเนียม Shopee/Lazada (GP)

เทคนิค "ลดจุดคุ้มทุน" ให้คืนทุนไวขึ้น (กำไรมาเร็วขึ้น)

ถ้ารู้สึกว่าตัวเลขจุดคุ้มทุนสูงเกินไป (เช่น ต้องขายให้ได้ 1,000 ชิ้นถึงจะรอด) คุณสามารถปรับกลยุทธ์ได้ 3 ทาง:

⬇️ 1. ลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)

เป็นวิธีที่เห็นผลที่สุด เช่น เจรจาลดค่าเช่า, ลดงบยิงแอดที่ไม่ก่อให้เกิดยอดขาย, หรือทำเองแทนการจ้างคนในช่วงแรก

⬆️ 2. ขึ้นราคาขาย (Price)

การขึ้นราคาแม้เพียงเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มกำไรต่อชิ้น (Margin) ทำให้จำนวนชิ้นที่ต้องขายเพื่อคืนทุนลดลงอย่างมาก (แต่ต้องระวังลูกค้าหาย)

⬇️ 3. ลดต้นทุนต่อชิ้น (Variable Cost)

เช่น สั่งของล็อตใหญ่ขึ้นเพื่อได้ราคาส่งที่ถูกลง, เปลี่ยนขนาดกล่องพัสดุให้พอดีเพื่อประหยัดค่าส่ง, หรือหาซัพพลายเออร์เจ้าใหม่

คำถามที่พบบ่อยเรื่องจุดคุ้มทุน

Break-Even Point (BEP) คืออะไร?

คือจุดที่ "รายได้เท่ากับรายจ่าย" พอดี (กำไร = 0 บาท) เป็นเป้าหมายแรกที่คนทำธุรกิจต้องไปให้ถึง ถ้าขายได้น้อยกว่าจุดนี้คือ "ขาดทุน" ถ้าขายได้มากกว่าคือ "กำไร" ครับ

ค่าแรงตัวเอง ต้องใส่ในต้นทุนไหน?

แนะนำให้ใส่ใน "ต้นทุนคงที่" (Fixed Cost) เหมือนเป็นเงินเดือนพนักงานคนหนึ่งครับ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริง หากธุรกิจเติบโตแล้วเราจ้างคนมาทำแทน ก็จะได้มีงบรองรับไว้แล้วครับ

ค่าโฆษณา (Ads) เป็นต้นทุนคงที่หรือผันแปร?

ขึ้นอยู่กับวิธีบริหารครับ
• ถ้าตั้งงบรายเดือนแน่นอน (เช่น เดือนละ 10,000) → เป็น Fixed Cost
• ถ้าคิดตามยอดขาย (เช่น ต้นทุน Ads 100 บาท ต่อการขาย 1 ชิ้น) → เป็น Variable Cost

ถ้าคำนวณแล้วต้องขายเยอะมาก ทำไงดี?

ต้องปรับตัวแปรครับ 1. ลดต้นทุนคงที่ (เช่น ค่าเช่า) 2. เพิ่มราคาขาย (สร้างมูลค่าเพิ่ม) หรือ 3. ลดต้นทุนต่อชิ้น (หาแหล่งผลิตถูกลง) เพื่อให้จุดคุ้มทุนต่ำลงและทำได้จริงครับ

ความคิดเห็น

กำลังโหลดบทสนทนา...